หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สรุปแปลข่าวที่เกี่ยวข้องกับแวดวงเทคโนโลยี


Summly creator Nick D’Aloisio, 17, has app bought for millions by Yahoo!


A London teenager has become one of the world’s youngest internet millionaires after the app he dreamt up in his bedroom to help with his homework was bought by Yahoo! in a multi-million pound deal.
Nick D’Aloisio, 17, said he would buy a pair of shoes and a new computer after the deal was confirmed by Yahoo!.
The terms of the purchase have not been disclosed, but it is thought Yahoo! will pay between £20million and £40million for his Summly app.
Although iPhone app Summly was only released on the Apple App Store four months ago, it has already been downloaded one million times.
The free app, which is now no longer available to download, allows iPhone users to break down any internet article into a summarised version of no longer than 350 to 400 words.
The origins of the app lie in a 15-year-old Nick wanting to make it easier for him to read articles online while he revised for mock exams, with several incarnations of the app attracting celebrity investors such as Stephen Fry, Yoko Ono and Ashton Kutcher.

‘In true Summly fashion, I will keep this short and sweet,’ Nick said in a statement on the app’s homepage. ‘When I founded Summly at 15, I would have never imagined being in this position so suddenly,’ he added, going on to thank investors, his family, friends, his school and the app’s users.
Yahoo!’s senior vice president of mobile and emerging products Adam Cahan announced the acquisition on the company’s official blog.
‘Across Yahoo!, we’re focused on creating beautiful experiences that people are excited to use every day – products that inspire and delight,’ he wrote.
‘We can’t wait to work with Nick and the Summly team to do just that.’
Under the terms of the Summly deal, Nick will work for Yahoo! at their Soho offices while studying for three A-levels at King’s College School in the evening.
He lives at home in Wimbledon with his energy financier father and lawyer mother

คำแปล ในแวดวงไปทีนะครับ เป็นข่าวที่ใหญ่โตมากนะครับ โดยเฉพาะที่ Yahoo ทุ่มเม็ดเห็นนะครับ ถึง 900 ล้านบาท ไปซื้อ แอ็ปปลิเคชั่นตัวนึงที่ชื่อว่า Summly จุดสนใจอยู่ที่ว่า Summly เค้าใช้ เด็กอายุแค่ 17 ปีเท่านั้นเองในการก่อสร้างแอ็บนี้ขึ้นมานะครับ จุดเด่นเป็นอะไรที่หลายคนก็แปลกใจนะครับว่าทำมัย Yahoo ถึงทุ่มเม็ดเงินขนาดนี้นะครับ มีจุดที่หน้าสนใจตรงไหน มาติดตามได้จาก iT Refest ข่าวล่าสุดหลังจากที่ Yahoo ได้ Take over หลายบริษัท หลายแอฟเลยทีเดียว Yahoo ขยันมาก Take over หลายบริษัทเลยทีเดียว เค้าบอกว่าทางการเงินแล้วเนี้ย ตลาดหุ้นมอง มองว่า Yahoo ดูดีขึ้นเยอะเลยทีเดียว ล่าสุด Yahoo Take over แอ็ปที่มีชื่อว่า Summly เพระว่ามันเป็น S U M M แล้วก็ ly ครับ ชื่อมันมาจาก Summaly นั้นเอง แต่เค้าไวรุ่นไงครับ เด็กที่สร้าง แอ็ปพลิเคชั่นนี้ขึ้นมา ปัจจุบันอายุ 17 ปี เท่านั้นเอง เค้าสร้างแอ็ปพลิเคชั่นนี้ตั้งแต่อายุ 15 ภาษาก็เลยไวรุ่นนิดนึ่ง เรียกกว่าเราก็เพิ่งรู้นะครับว่าไวรุ่น ต่างประเทศ เป็นเด็กอังกฤษ สุดยอดจริงๆ หน้าตาดูเด็กมากเลย เค้าได้รับเงินแล้ว 30 ล้าน US หรือประมาณ 900 ล้านบาท อายุ 17 เกือบเป็นเศษฐี 1,000,000,000 ล้าน Yahoo take over แอ็ฟฟลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Summly ซึ่งเป็นแอ็ฟพลิเคชั่น อ่านข่าวนั้นเอง ไม่ใข้แอ็ฟพลิเคชั่นที่ใช้อ่านข่าวธรรมดาแต่ แอ็ปนี้เนี้ย สามารถที่จะดึงข่าวต่างๆ ที่สำคัญ ที่ โดดเด่นในวงการ มา…ย่อครับ ตามชื่อเลย SummlySummly นี้คือการย่อครับ ย่อให้มันสั่นลง สั่นลง เหลือ เหลือเพียงค่าเท่าไหร่ เค้าบอกว่าแอ็ฟพลิเคชั่น ย่อให้เหลือ ยาวกว่า Twiter แต่ไม่เกิน 400 ตัวอักษร ปกติถ้าเราคิดไม่ออกว่ามันเป็นยังยัง มันขนาดอยู่ในหน้าจอ สมาทโฟน ซัก 2 ส่วน 3 ถามว่าที่เหลืออีก 1 ส่วน 3 เอาไปทำอะไร อีก 1 ส่วน 3 เค้าไว้ใส่รูป เดียวในใครๆก็ต้องดูรูปมี ข่าวก็ต้องมีรูป มีรูปก็ต้องมีข่าว มีตัวข่าวยอยู่ข้างบนแล้วมีตัวย่ออยู่ย่อ 400 ตัวอยู่ข้างล่าง เยี่อมเลยทีเดียว อ่านข่าวได้ว่องไง เดี่ยวนี้โลกมันว่องไวไปหมดเลย ใครๆก็ต้องรีบต้องเร็ว แอ็ฟพลิเคชั่นพวกนี้มันมาช่วยเราได้ ก่อนหน้าที่ Yahoo ที่เค้าจะ Take over นะครับ แอ็ฟนี้มีคนใช้กว่า 100 ล้านคนแล้ว ลองคิดดูสิครับ เด็กอายุ 15 ทำแอ็ฟมีคนใช้ 1 ล้านคน ผมต้องเรียกว่าเป็น “มากซักกะเบิก” คนต่อไปรึเปล่า เค้าชื่อว่า Nik ซีล๊อกกีโอ้ ลืมบอกเลย แอ็ฟพลิเคชั่นนี้นะพอเราแตะแล้วจากที่เป็นตัวย่อสั่นๆจะเป็นตัวย่อยาวๆ ยาวขึ้นกว่า400 ตัวอักษรให้เราได้อ่านกันมากว่านั้น หรือเราจะได้ลงมาทำให้เราสามารถอ่านข่าวเต็มๆได้ด้วยถ้าใครอยากรู้ข้อมูลที่เยอะกว่านั้น ต้องบอกก่อนนะครับว่าเป็นความหน้าเสียใจเพราะหลังจากที่ Yahoo Take over แล้วเนี้ย ซื้อเรียบร้อยแล้วเนี้ย Yahoo ก็ขอบอกเลยว่าเราขอปิดแอ็ฟฟลิเคชั่นนี้ครับ ผู้ใช้งานทั้งหลายเนี้ย อดเลยครับหมดสิทธิ์ เลยเครับ ไม่ได้ใช้แล้ว ผมอยากเสอนแอ็มาให้ลองเล่นแต่ว่าไม่มีประโยชน์แล้วครับ เพราะว่า เค้าเปิดแล้วครับไม่ได้ใช้งาน บางคนเค้าถามว่า อาว!!! แล้ว Take over ไปทำอะไร เค้าTake over เพื่อที่จะนำเด็กคนนี้เค้ามาทำงาน ใน Yahoo นั้นเอง ซึ่งต่อไปเนี้ยข่าวต่างๆบน เว็บไซต์ ของ Yahoo เนี้ย ก็จะใช้ระบบจาก Summly ขึ้นมาทำนั้นเอง ต่อไป Yahoo จะกลับขึ้นมาโดดเด่นอีกครั้ง ตอนนี้ Yahoo ก็ Take over หลายบริษัท มองเห็นถึงการเป็นเปลงของตัวเองพยายามจะปลับ หลังจาก Yahoo ตกต่ำลงไปมาก หวังว่าเด็อายุด 17 คนนี้เค้าจะไปทำอะไรให้ยิ่งใหญ่ เด็กคนนี้เค้าฉลาดมากเค้าเซ็นสัณญาเพียงแค่ 18 เดือน หรือ 1 ปีครึ่งแค่นั้นเอง เค้ายังอายุดไม่ถึง 20 ยังไม่โอกาศออกไปทำอะไรอีกเยอะเลย


สรุปข่าวที่เกี่ยวข้องกับแวดวงเทคโนโลยี

10 วิธีบู๊ตเครื่องให้เร็วขึ้น


สวัสดีครับเพื่อนๆ ไม่ได้เขียนบทความแนวฮาวทูมาตั้งนาน เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมขอนำเสนอ 10 วิธีง่ายๆ ในการทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านบู๊ตเครื่องได้เร็วขึ้น หลายๆ คนอาจจะรู้กันอยู่แล้วก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าเป็นการช่วยเตือนความจำ สำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่และยังไม่ทราบ ก็สามารถใช้ 10 วิธีต่อไปนี้ไปช่วยลดระยะเวลาบู๊ตเครื่องได้ตามสบายครับ ส่วนถ้าใครมีวิธีดีๆ เพิ่มเติมก็สามารถแบ่งปันกันได้ที่กล่องคอมเม้นต์ด้านล่างเลยนะครับ

นอกจากนี้ใครอยากรู้ "วิธีปลอดภัยจากไวรัส" ก็คลิกเปิดอีกแท็บไว้อ่านกันต่อได้ครับ
10. ปรับแต่ง BIOS
จริงอยู่ที่หลายครั้ง BIOS ช่วยให้การตรวจสอบหาอุปกรณ์ที่ติดตั้งลงไปใหม่ทำได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็หลายครั้งอีกเช่นกันที่ทำให้เครื่องเราเปิดช้าขึ้นกว่าเดิมไปโดยไม่รู้ตัว อันดับแรกที่อยากให้เข้าไปปรับก็คือ เปิดความสามารถ Quick Boot ที่มักจะซ่อนอยู่ในส่วน Advanced BIOS Feature ซะ เพื่อเป็นการปิดคุณสมบัติการทดสอบคอมพิวเตอร์ครั้งแรกที่ถูกเปิดขึ้นมา ข่วยให้ประหยัดเวลาได้มาก แล้วในหน้าจอเดียวกันนี้จะเห็นที่เขียนว่า First Boot Device ก็ให้เปลี่ยนเป็น Harddisk เพื่อที่ว่าตอนที่เราเปิดเครื่องขึ้นมาครั้งแรกนั้น BIOS จะวิ่งไปที่ฮาร์ดดิสก์เพื่อตรวจสอบว่ามีระบบปฏิบัติการติดตั้งอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็จะบู๊ตเข้าระบบเลย แต่ถ้าไม่มีก็จะเข้าไปตรวจสอบที่ Second และ Third Boot Device ต่อไปตามลำดับ วิธีนี้จะช่วยให้ BIOS ไม่ไปเสียเวลาตรวจสอบอุปกรณ์อื่นก่อนนอกจากฮาร์ดดิสก์ครับ ทำให้เปิดเครื่องได้เร็วขึ้นอีกเล็กน้อย
9. ปิดโปรแกรมที่เปิดตัวเองตอนบู๊ต
 เชื่อหรือไม่ครับว่าตอนที่เราบู๊ตเครืองเข้า Windows ครั้งแรกนั้น ไม่ใช่มีแต่เฉพาะระบบปฏิบัติการที่เปิดตัวเองขึ้นมา แต่ยังรวมถึงซอฟท์แวร์ยิบย่อยจำพวกไดรเวอร์หรือยูทิลิตี้ต่างๆ ที่บางครั้งเราไม่เคยใช้เลย แต่กลับดึงทรัพยากรจากแรมไปมาก และทำให้เครื่องพร้อมใช้งานได้ช้าลงด้วย เข้าไปปิดซอฟท์แวร์รู้ดีจำพวกนี้เสียด้วยการเข้าไปที่ search ตรง start menu แล้วพิมพ์คำว่า  msconfig แล้วไปที่แท็บ Startup ตามภาพ ในหน้าจอนี้จะปรากฏรายชื่อโปรแกรมที่เปิดตัวเองโดยอัตโนมัติพร้อมกับ Windows ยาวเป็นหางว่าว ก็ดูจากรายชื่อได้เลยครับว่ามีโปรแกรมไหนบ้างที่เราไม่ใช้ก็ให้ทำเครื่องหมายถูกออกซะ เสร็จแล้วก็กด OK แล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ก็เรียบร้อย
8. ดีเลย์การรันตัวเองของโปรแกรมต่างๆ ตอนบู๊ตเครื่อง
วิธีการนี้จะคล้ายกับในข้อ 9 เพียงแต่แทนที่เราจะเข้าไปปิดการทำงานของยูทิลิตี้ต่างๆ เลย เราเพียงแต่เข้าไปตั้งค่าให้มันรันหลังจากที่เครื่องเราเข้าสู่หน้าจอเดสก์ท้อปเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ไม่ใช่เปิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน วิธีการคือในส่วนของ search นั้นให้พิมพ์คำว่า services เข้าไป จากนั้นจะปรากฏอีกหน้าจอที่มีรายชื่อบริการต่างๆ ขึ้นมาเยอะแยะไปหมด ไม่แนะนำให้เข้าไปปรับทั้งหมดนะครับ เว้นไว้แต่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับระบบภายในของ Windows หรือ network ต่างๆ เมื่อทราบแล้วว่าต้องการแก้ไขส่วนไหนก็ให้คลิ้กขวาที่บริการนั้นนั้นแล้วเลือก Properties จากนั้นในส่วนของ Startup Type ให้เลือก Automatic (Delayed Start) กด Apply ตามด้วย OK แล้วทำอย่างเดียวกันนี้กับรายการอื่นๆ ตามต้องการครับ
7. ตั้งเวลา timeout บนหน้าจอ Windows Boot Manager
วิธีการนี้จะใช้ได้กับเครื่องที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งตัวเท่านั้นนะครับ เพราะวิธีนี้จะเป็นการเข้าไปตั้งค่าเวลา timeout value หรือระยะเวลาที่ให้ผู้ใช้เลือกว่าจะบู๊ตเครื่องเข้าสู่ระบบปฏิบัติการอะไรก่อนที่จะระบบจะบู๊ตตัวเองเข้าสู่ระบบปฏิบัติการเริ่มต้น (default) โดยอัตโนมัติ โดยทั่วไปแล้วค่านี้จะอยู่ที่ราว 30 วินาที ซึ่งอาจนานเกินไป วิธีการเข้าไปตั้งค่าใหม่ก็คือ ให้ไปที่ msconfig เหมือนกับข้อ 9 แต่ให้เข้าไปที่แท็บ BOOT.INI จากนั้นในส่วนของ timeout นั้นให้เปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ให้น้อยกว่าเดิม

6. ปิดการทำงานฮาร์ดแวร์ที่ไม่ได้ใช้ไปเลย!
 อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ระบบปฏิบัติการมักจะเปิดตัวเองพร้อมกับไดรเวอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ ที่บางครั้งเราไม่เคยใช้ ทำให้หน่วงเวลาเปิดเครื่องไปมาก วิธีการคือเข้าไปที่ Device Manger ใน Control Panel จากนั้นให้มองหาฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์ใดๆ ที่เรามักไม่ใช้งานแล้วให้คลิ้กขวาเลือก Disable เสีย แต่ขอให้กระทำด้วยความระมัดระวังนะครับ
5. อัปเดตซอฟท์แวร์ป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
วิธีการดั้งเดิมนี้ยังคงใช้ได้อยู่จนกระทั่งปัจจุบัน เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันไม่ให้ระบบปฏิบัติการของเราเป็นหวัดป่วยตายไปก่อนวัยอันควรแล้ว ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ติดมัลแวร์แปลกปลอมที่ทำให้เครื่องเรารันช้าลงด้วย โปรแกรมป้องกันไวรัสที่แนะนำคือ Microsoft Security Essentials ครับ เพราะนอกจากจะฟรีแล้วยังได้รับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสอย่างสม่ำเสมอ และไม่หน่วงการทำงานของเครื่องด้วย



4. ซ่อนฟอนต์ที่ไม่ต้องการ
ฟอนต์ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้เครื่องเราบู๊ตช้าลงด้วยไม่มากก็น้อย เพราะลำพัง Windows 7 อย่างเดียวก็โหลดฟอนต์ถึง 200 ชนิดแล้วตอนเปิดเครื่องขึ้นมา และจะมากกว่านั้นเมื่อเราติดตั้งโปรแกรมอย่าง Office เข้าไป ซึ่งในความเป็นจริงเราอาจไม่ได้ใช้มากมายขนาดนั้น ทางแก้ไขคือเข้าไปซ่อนฟอน์ต่างๆ ที่เราไม่ได้ใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้ไปถ่วงเวลาบู๊ตเครื่อง วิธีการคือให้เข้าไปที่ส่วนของ Fonts ใน Control Panel จากนั้นให้เลือกฟอนต์ที่เราไม่ต้องการใช้งานแล้วกด Hide บนทูลบาร์ตามภาพ วิธีการนี้จะไม่ใช่เป็นการลบฟอนต์ทิ้ง แต่จะเหมือนกับซ่อนเอาไว้ไม่ให้ Windows โหลดขึ้นมาทุกครั้งที่เปิดเครื่องครับ ทำให้พอต้องการใช้งานอีกครั้งก็สามารถเรียกคืนมาได้ทุกเวลา แต่มีข้อแม้ว่าอาจต้องซ่อนฟอนต์เป็นร้อยๆ ชนิดขึ้นไปเท่านั้นนะครับถึงจะเห็นผล


3. ลบไฟลในถังขยะและโฟลเดอร์ Temp อย่างน้อยเดือนละครั้ง แล้วตามด้วย Defrag ฮาร์ดดิสก์
อีกหนึ่งในวิธีการโบราณที่ยังคงใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน แต่กลับถูกมองข้ามจากหลายคน ตามปกติแล้วเวลาเราใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วๆ ไป เบราเซอร์มักจะเก็บไฟล์ต่างๆ ที่ได้จากเว็บไว้เพื่อให้เวลาเราเข้าสู่เว็บครั้งต่อไปสามารถทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็ทำให้เครื่องของเราหนักขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งไฟล์่ต่างๆ ในถังขยะด้วยที่บางครั้งเราอาจรีบมากจนลืมลบไฟล์ในนั้นทิ้ง วิธีการลบไฟล์ในโฟลเดอร์ทิ้งก็คือไปที่ C:/windows/temp แล้วลบสารพันไฟล์ขยะในนั้นทิ้งได้เลย ส่วนในถังขยะก็คงไม่ต้องบอก แต่ที่สำคัญคือแนะนำให้ Defrag ฮาร์ดดิกส์อย่างน้อยสามเดือนครั้ง เพราะจะช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลโดยระบบทำได้รวดเร็วขึ้น เพราะไฟล์ต่างๆ ถูกจัดเรียงให้เป็นระเบียบมากกว่าเดิม วิธีการคือใน My Computer ให้คลิ้กขวาเลือกฮาร์ดดิสก์ลูกที่เราใช้บู๊ตเครื่อง จากนั้นเลือก Tools แล้วกด Defrag ซะ สำหรับระยะเวลานั้นก็จะแปรผันตรงกับขนาดของฮาร์ดดิสก์และปริมาณไฟล์ ยิ่งเยอะก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น

2. อัปเกรดแรม
ถ้าวิธีการที่กล่าวไปไม่ค่อยจะได้ผลนัก เห็นทีคงต้องใช้ไม้ตายเด็ดก็คืออัปเกรดแรมซะ ปัจจุบันแรม DDR3 มีราคาถูกลงมาก อย่าง 8GB ชนิดดูอัลแชนแนลก็มีราคาราว 3,000 บาทเท่านั้น สำหรับวิธีการติดตั้งก็สามารถศึกษาได้จากคู่มือเมนบอร์ดเลยครับ

1.    









1.ใช้ฮาร์ดดิกส์แบบ SSD
ถ้าวิธีทั้งเก้าขั้นตอนข้างบนยังใช้ไม่ได้ผล เห็นทีต้องจัดการกับฮาร์ดดิสก์โดยตรงซะแล้วล่ะครับ เพราะเป็นที่ทราบกันว่าปัจจุบันฮาร์ดดิกส์นับเป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลให้เกิดคอขวดระหว่างการทำงานมากที่สุด ซึ่งสามารถจัดการได้ด้วยการเปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ที่มีความเร็วในการอ่าน/เขียนมากกว่าชนิดจานแม่เหล็กปัจจุบันมาก แต่ก็มีราคาแพงตามไปด้วย แต่ก็ได้ผลคุ้มค่ามากเช่นกัน

 
   ก็จบไปแล้วนะครับกับวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้เครื่องของท่านบู๊ตเร็วขึ้น ถึงแม้สิบวิธีการที่กล่าวไปนั้นอาจไม่ใช่ลูกเล่นทั้งหมด แต่ก็เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมากที่สุดและเห็นผลเป็นรูปธรรมมากที่สุดเท่าที่ผมสามารถรวบรวมมาได้ แต่ถ้าท่านใดมีวิธีแผลงๆ มากกว่านี้ก็สามารถบอกเล่าเก้าสิบกันได้ตามสบายครับ

เว็บไซต์ที่มา http://www.i3.in.th/content/view/5881

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 6

อาจารย์ตรวจงาน Wordpressthai สอนแนะนำการใช้เครื่องมือซอฟแวร์ เมนูการใช้งานต่างๆ 


แนะนำคำศัพท์ Sorfwre ของ Wordpressthai
PHP        เป็นภาษาสคลิป ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้แทรก 
Root        ตัวจัดการใหญ่ เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนกลาง
index       ข้อมูลเว็บเพจที่ประกดบน Search Engine   
File          ที่ทุกครั้งต้องเริ่มต้น 
Script       ในความหมายของชุดคำสั่งที่ผู้ใช้เข้า ระบุชุดของไฟล์มัลติมีเดียในการนำเสนอ (เช่น ชุด             ของภาพและเสียง, เวลา)
Style         ตัวจัดการกราฟฟิกต่างๆ
Margin      ส่วนต่าง 
Opx          พิกเซล
Repeat - x   พื้นที่แนวตั้งแนวนอน
แกน X      ไปทางขวามือของ X เป็น บวก 
                 ไปซ้าย เป็น ลบ 
แกน Y       ไปทางบนของ Y เป็น บวก
                  ไปล่าง เป็น ลบ

การบ้าน
      ส่ง Wordpressthai  ส่งการพัฒนา Theme 3 แล้วนำมาใส่ลงในบล๊อก พร้อมอธิบายการใช้งานลง ในบล๊อก

แนะนำการใช้งาน WordpressThai 3 วิธี

วิธีที่ 1 การอัฟข้อมูลข่าวสาร 

1. แนะนำการอัฟข้อมูล ข่าวสารลงในบล๊อกให้เรากดไปที่ เนื้อหาบล๊อก









2. ถ้าเราต้องการจะใส่รูปก็ให้กดไปที่  เลือก/เพิ่ม/ส่งสื่อเข้า/ใช้ระบบ  > เลือกไฟล์

3. ถ้าต้องการจะใส่ VDO เราก็สามารถไปเอาโค็ดมาใส่ได้

                           

4. คลิกที่ Text แล้วก็เอาโค็ดไปวาง

5. เสร็จแล้วก็ทำการ กดส่งเผยแพร่เนื้อหา

วิธีที่ 2 การปรับแต่งใส่ภาพส่วนหัว

1. เลือกไปที่  รูปลักษณ์หน้าเว็บ

2. กดไปที่ ส่วนหัของหน้าเอกสารเว็บ


3. เลือกส่วนที่ต้องการของภาพแล้วกด ตัดส่วนและและเผยแพร่เนื้อหา


4. เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้วก็กดบันทึกการเปลี่ยนแปลง

วิธีที่ 3 เพิ่มเมนูข้างๆ Widgets

1. กดไปที่รูปแบบลักษณ์หน้าเว็บ 









2. กดที่ บล๊อกเมนูข้า:Widgets


3. Enjoy

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2556

ศึกษาการใช้งาน WordPressThai Academ Edition ก่อนเรียน


เริ่มต้นจากการดาวน์โหลดขอ้มูลจาก wordpressthai.com จากนั้นจัดการ Extract ไฟล์ลงเครื่อง

วิธีการโหลดไฟล์ลงเครื่อง  
1 คลิก  Download



 2 คลิกดาวน์โหลดที่นี้  



3 ดาวน์เสร็จแล้วก็ดับเบิ้ลคลิกที่คำว่า subwebserver.exe

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 5


สอนการปรับแต่ง Google sites แนะนำการตั้งค่า  Google sites









โหลดข้อมูลจากเว็บ wordpressthai.com



สอนการเขียนเว็บบน Adobe Dreamweaver
แนะนำเว็ปไซต์ Grammar checker เอาไว้เช็คคำภาษาอังกฤษว่าคำไหนถูก

วิธีเข้าง่ายๆ ก็คือ พิมพ์ Google แล้วก็หาคำว่า Grammar checker free แล้วก็คลิกที่ลิ้งค์แรง

แล้วก็พิมพ์คำเข้าไปในช่อง

การบ้าน
     - ดาวโหลด wordpressthaiedition v.3.51
     - บันทึกความรู้และวิธีการดาวโหลดไฟล์ wordpress ใส่ลงใน Blogspot.com
     - วันที่ 9 เป็นวันที่เสนอการพัฒนา ธีม มาพร้อม Modboard กับรายงาน โลโก้ design งานส่งประกวด

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 4

อธิบายการเรียน

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Logo ของอาจารย์เพื่อประกวดhttp://wordpressthaiedition.blogspot.com/


อธิบายการทำตารางประเมินทุนวิจัย http://docs.google.com/spreadsheet

การบ้าน
       ประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์ คณะกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการเอเชียตะวันออก กำหนดส่งงานประกวดก่อนวันที่ 16 พฤษภาคม 2556   http://www.contestwar.com/contest/2350

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 3

แนะนำการบันทึกปฏิทินใน Google 

สอนการตั้งค่า เปิดหน้า Google  Calendar


สอนการแอ็ดปฏิทินต่อจากอ.แบบง่ายๆ





สอนตั้งเตินความจำปฏิทิน

สอนการคัดลอก HTML ไปวางไว้ในบล๊อก 


  หน้าตา Google Calendar ที่ทำการบันทึก

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 2


- อธิบายรายวิชา ARTI3319 Visual Communication Design Technology
เทคโนโลยีเพื่อการออกแบบนิเทศศิลป์
- เรียนรู้เรื่องการใช้เครื่องมือออนไลน์ อย่างGoogle+ ให้เกิดประโยชน์

- สอนการแชร์ลิงค์
- สอนการแก้ไข แบบบันทึกการวัดและประเมิณผลวิชา arti3319



แนะนำการใช้ Google เมนูต่างๆ



     
แนะนำการใช้ Google Applications

- อธิบายเกี่ยวกับหน้งสือเรียนในเว็บไซน์ 

- พูดถึงตัวอย่างการทำศิลปนิพลธ์

- อธิบายการใช้งานของเว็ป และดาวน์โหลดเก็บไว้ศึกษา

บันทึกการเรียนการสอนครั้งที่ 1

เนื่องจากอาจารย์ไปราชการที่ต่างประเทศ จึงมีการเรียนการสอนทางเว็บไซต์

การเรียนการสอนภาคฤดูร้อน 3/2555 สัปดาห์ที่ 1 วันที่ 20 และ 21 มีนาคม 2556
อาจารย์ต้องไปราชการที่ประเทศจีนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ดังนั้นให้นักศึกษาที่เรียนกับอาจารย์ ทำกิจกรรมการเรียนรู้ออนไลน์ ดังนี้คือ
1.เข้าทำแบบสำรวจ ตามลิงค์นี้ > 
ARTI3319:แบบสำรวจศักยภาพและความพึงพอใจของผู้เรียน ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบนิเทศศิลป์ ตามเกณฑ์มาตรฐานผลการเรียนรู้หลักสูตรสาขาวิชาศิลปกรรม มจษ. ภาคเรียนที่3/2555
2.สร้างเว็บบล็อกของ GoogleBlogger  ใหม่ โดยตั้งชื่อ arti3319-ชื่อจริงอย่างให้ซ้ำเดิม
3.ให้นักศึกษาที่เรียนSummer แจ้งที่อยู้อีเมลและเว็บบล็อก โดยคลิกเข้ากรอกข้อมูลให้ตรงกับชื่อของตนเองที่นี่

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

ตัวแปลต้น การทำหนังสือ

ก่อนจะทำการออกแบบหนังสือนั้น มีเรื่องที่จะต้องกำหนดและวางแผนเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ดังนี้


ศึกษาและทำความเข้าใจหนังสือ
      ก่อนที่จะทำการออกแบบ นักออกแบบจะต้องพยายามหาข้อมูลจากผู้เขียนหรือสำนักพิมพ์ถึงวัตถุประสงค์ในการเขียนหรือจัดทำหนังสือ
และต้องทราบถึงลักษณะของผู้อ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายว่าเจตนาจะมุ่งที่ใครเป็นหลักและคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมและความชอบไม่ชอบอย่างไร      
นอกจากนี้ยังต้องทราบให้ชัดเจนว่าผู้เขียนมีความคิดหลักหรือแนวคิดเบื้องหลังของหนังสืออย่างไร รวมทั้งเป็นหนังสือประเภทใดและควร จะมีบุคลิกภาพแบบไหน


กำหนดขนาดและรูปแบบของหนังสือ

       เมื่อเทียบกับหนังสือพิมพ์และนิตยสารแล้ว หนังสือสามารถจัดทำ
ได้หลายขนาดและหลายรูปแบบมากกว่า ซึ่งในการเลือกขนาดและรูปแบบ ที่เหมาะสมนี้จะต้องดูจากวัตถุประสงค์และประเภทของหนังสือ เป็นหลัก ส่วนใหญ่แล้ว
จะต้องพยายามเลือกขนาดที่ตัดกระดาษได้โดยเหลือเศษ น้อยเพื่อเป็นการประหยัดกระดาษเพื่อลดต้นทุนนอกจากในกรณีที่เป็น หนังสือที่ ระลึกราคาแพงและต้องการ
รูปแบบ ที่แปลกแตกต่างไปจาก ปกติ ขนาดของหนังสือที่เป็นที่นิยมกันมาก เช่น 5 x 7 นิ้ว (16 หน้ายก หรือขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ก)  5 x 8 นิ้ว (ขนาด A5 หรือขนาด พ็อกเก็ตบุ๊ก) เป็นต้น


รูปแบบของปกหน้า
        เนื่องจากความหลากหลายในรูปแบบที่เป็นไปได้ในการออกแบบปกหน้าของหนังสือ นักออกแบบจึงควรตกลงร่วมกันกับผู้เขียน หรือสำนักพิมพ์เรื่อง รูปแบบของปกหน้าเสียก่อนในเรื่องต่างๆ ดังนี้
-  กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์ปกหน้า
จะเป็นกระดาษแบบเดียวกันกับหน้าใน หรือจะเป็นกระดาษที่หนากว่าปกติส่วนใหญ่แล้วกระดาษที่ใช้ในการทำปกหน้ามักจะเป็น กระดาษแข็งในบางครั้งอาจจะมีการหุ้มหรือเคลือบเอาไว้ด้วยวัสดุชนิดอื่น เช่น ผ้าหรือพลาสติกก็ได้
-  หน้าหุ้มปก
หนังสือที่มีความหนามาก หรือมีราคาสูงจะมีหน้าหุ้มปกเพื่อรักษาปกหน้าไว้ไม่ให้เสียหาย
-  ระบบการพิมพ์และจำนวนสีที่จะพิมพ์
รวมทั้งการใช้เทคนิคพิเศษอื่นในทางการพิมพ์หรือไม่ เนื่องจากปกหน้าของหนังสือทำหน้าที่เหมือนหน้าโฆษณาขายหนังสือเล่มนั้นๆ จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษทั้งในงานออกแบบและการผลิต


รูปแบบของหน้าใน
     รูปแบบของหน้าในของหนังสือนั้นจะมีลักษณะเช่นไรย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งที่จะเป็นองค์ประกอบของเนื้อหา ได้แก่ เนื้อหาที่เป็นตัวพิมพ์และภาพประกอบต่างๆ ว่ามีมากน้อยและต้องการคุณภาพในระดับใด ทั้งนี้ควรพิจารณาในเรื่องต่อไปนี้
-  กระดาษที่ใช้ในการพิมพ์เป็นกระดาษชนิดใด และจะเป็นกระดาษที่มีความหนาหรือน้ำหนักเท่าใด
-  ระบบการพิมพ์ที่เหมาะสมควรเป็นระบบใด และพิมพ์กี่สี

ในหนังสือบางเล่มอาจจะมีหน้าในที่มีการพิมพ์สีไม่เท่ากัน จึงต้องมีการกำหนดว่าจะเป็นหน้าสี่สีที่หน้า หน้าสีเดียวกี่หน้า รวมทั้งมีการใช้เทคนิคพิเศษอื่นในทางการพิมพ์หรือไม่ 
โดยปกติแล้วหน้าในของหนังสือมักจะไม่ค่อยในเทคนิคพิเศษอะไรมากนัก ยกเว้นหนังสือเด็กซึ่งอาจจะมีการอัดตัดตามแม่แบบหรือไดคัต หรือป๊อปอัพ (Pop Up) เพื่อเพิ่มมิติให้หน้าหนังสือ
แบบและขนาดตัวอักษร ปกติแล้วตัวอักษรที่ใช้ในหนังสือหนึ่งเล่ม

จะไม่มีความหลากหลายมากนักแต่อาจมีความแตกต่างกันระหว่างตัวที่เป็นหัวเรื่องหรือพาดหัว กับตัวที่เป็นเนื้อเรื่อง
เท่านั้น อย่างไรก็ตามในเรื่องขนาดของตัวเนื้อเรื่อง จะต้องพิจารณาใช้ในขนาดที่เหมาะสมกับผู้อ่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
หากเป็นผู้มีอายุมากหรือเด็ก อาจจะ ต้องเลือกตัวอักษรที่มี ีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรที่ใช้ สำหรับ วันรุ่นหรือผู้ใหญ่ทั่วไป


แบบและจำนวนภาพประกอบ

     ภาพประกอบเป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณา ว่าต้องการจะนำเสนอภาพประกอบเป็นสี่สีหรือขาวดำ จำนวนอย่างละกี่รูป
 ซึ่งแบบและจำนวนภาพประกอบนี้จะไปมีผลต่อการเลือกชนิดกระดาษ ระบบการพิมพ์ และต้นทุนในการผลิต


การกำหนดขั้นตอนหลังการพิมพ์

     เนื่องจากหนังสือมีขนาดความหนาที่หลากหลาย ทำให้วิธีการเย็บเล่มหนังสือที่เหมาะสมแตกต่างกันไป นอกจากนี้เทคนิคพิเศษ
บางอย่าง เช่น ดุนนูน (Emboss) การประทับลายร้อน ปั๊มทอง (Foil Stamping) หรือไดคัต หรือการอัดตัดตามแม่แบบก็เป็น สิ่งที่ต้องดำเนินการภายหลังการพิมพ์เสร็จสิ้นลง      
ดังนั้นการได้สรุปขั้นตอนที่คาดว่าจะใช้หลังการพิมพ์ไว้ล่วงหน้าจะทำให้นักออกแบบได้คิดเผื่อในขณะที่ทำการออกแบบ

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

My idol

ผลงาน : คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ช่างภาพโฆษณาอันดับหนึ่งของโลก
คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทองเริ่มจับกล้องถ่ายเองจริงจังในวัย 20 กว่าๆ ทำรีทัช หัดถ่ายหัดทำจนชำนาญจนได้รางวัลโกลด์จากงาน International Advertising Festival เป็นช่างภาพโฆษณาผู้คว้ารางวัลใหญ่มากมายเค้าได้รับการจัดอัดดับจากนิตยา สาร Archive ให้เป็นช่างภาพอันดับที่ 3 ของโลก สูตรเด็ดของคุณอนุชัยไม่ได้อยู่ที่ได้รางวัลแล้วจบ ต้องหาความรู้อยู่ตลอด มันอยู่ที่การจัดการเวลา ส่วนเรื่องรางวัลนั้นถือว่าแค่เครื่องพิสูจน์ความสามารถ อย่าไปยึดติดเป็นแค่เปลือก
            เมื่อปี พ.ศ. 2532 คุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ได้ ก่อตั้ง P.A. Graphic Company Limited เมื่อกิจการของ P.A. Graphic Company Limited ขยาย จึงเปลี่ยนชื่อเป็น Remix Studio Bangkok Co., Ltd. ในปี 2536
            ผลงานของคุณอนุชัยได้เป็นที่ยอมรับไปถึงวงการถ่ายภาพระดับโลกมากขึ้นเมื่อ งานของเขาได้ปรากฏในงาน Cannes Lions ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2542 และได้รับรางวัลต่อเนื่องมาทุกปีจนถึงปี 2549 รวมทั้งสิ้น 13 รางวัล ซึ่งประกอบด้วย GOLD 2 รางวัล , SILVER 2 รางวัล และ BRONZE 9 รางวัล ส่วน ในปี 2550 นี้ คุณอนุชัยได้คว้ารางวัลจากงานนี้มา 4 รางวัล ประกอบด้วย Gold 2 รางวัล และ Bronze 2 รางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลอื่นๆอีกมากมาย ดังจะกล่าวต่อไป
            ชื่อของคุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ยังได้ปรากฏในอันดับต้นๆ ของการจัดอันดับช่างภาพระดับโลก โดย Archive Magazine ในทุกปี และเมื่อปี 2547 คุณอนุชัย ได้ถูกจัดให้เป็นช่างภาพอันดับ 1 ของโลก และ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 200 ช่างถ่ายภาพที่ดีที่สุด อีกทั้งในการจัดอันดับช่างภาพของประเทศไทย โดย Archive Magazine คุณอนุชัย ถูกจัดให้เป็นช่างภาพอันดับ 1ใน 5 ของโลก ติดต่อกันมามากกว่า 5 ปี จวบจนปัจจุบัน
            จากการยอมรับในผลงานและความสามารถของคุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ที่แพร่หลายไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ คุณอนุชัย ได้รับเชิญให้เป็นหนึ่งใน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ หลายๆ องค์กร และคณะทำงาน ที่สำคัญระดับประเทศ เช่น กรรมการอำนวยการ พิพิธภัณฑสถาน หอศิลป เจ้าฟ้า Citra Pariwara 2006, กรรมการตัดสิน งานประกวดภาพถ่ายในโครงการ มรดกไทย มรดกโลกจัดโดย บริษัท ปตท, กรรมการตัดสิน งาน “Citra Pariwara 2007” ที่ ประเทศอินโดนีเซีย, คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ Bangkok Art Directors Awards (B.A.D Awards) และ Top Advertising Contest of Thailand (TACT Awards) และ กรรมการตัดสิน การประกวดภาพถ่ายในโครงการ มหัศจรรย์เมืองไทยในภาพถ่ายปี 2007 จัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในประเทศไทย และ อื่นๆอีกมากมาย
           สิ่งที่ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดในชีวิตของคุณอนุชัยคือการเป็นหนึ่ง ในช่างภาพที่ร่วมบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของปวงชนชาวไทย ในงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 – 13 มิถุนายน 2549 และในปี 2550 คุณอนุชัยได้รับเกียรติเป็นหนึ่งในช่างภาพ 55 ช่างภาพแนวหน้าจากทั่วโลก ในการถ่ายภาพเพื่อทำหนังสือภาพถ่าย “Thailand-9days in the Kingdom” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชน มายุ 80 พรรษา และเพื่อเผยแพร่ประเทศไทยให้ทั่วโลกได้รู้จักในอีกรูปแบบหนึ่ง
ภาพผลงานที่สร้างชื่อให้กับคุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง จนได้รับรางวัล ภาพนี้ใช้เวลาทำร่วมสองเดือน
เป็นผลงานที่ได้รางวัลในปี 2007 Worldwide Foundation;Thailand CANNES Lions Award
:GOLD on Press,GOLD on Outdoor


ตัวอย่างชิ้นงานของคุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ดึงเอาไอเดียความสงบเงียบของการนั่งสมาธิมาใช้กับสินค้าที่อุดหูยี่ห้อ A-Tap ถึงแม้จะดูออกอย่างเห็นได้ชัดว่าเป็นงาน Scam (งานที่ไม่ได้ขายของ แต่ขายความคิดทางโฆษณา) ความโหวกเหวกโวยวายในปาร์ตี้, สถานที่ก่อสร้าง และการจราจรที่น่าหนวกหูมาสร้างความขัดแย้งกับความสงบ เลยทำให้เข้าใจและเก็ทไอเดียของสินค้าได้ไม่ยาก





ประวัติการศึกษา
              ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาภาพพิมพ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล (เพาะช่าง)
              ปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ สาขานิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร
ตำแหน่งทางธุรกิจ
          กรรมการผู้จัดการ
              บริษัท รีมิกซ์ สตูดิโอ แบงค์ค็อก จำกัด
              บริษัท ภาพสยาม ร.ศ. ๒๒๕ จำกัด
              บริษัท รีมาร์ค กรุ๊ป จำกัด ( รีมาร์ค ค็อคเทจ รีสอร์ต)
ตำแหน่งอันทรงเกียรติ
              ช่างภาพพิเศษในงานเฉลิมฉลอง 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
              ช่างภาพพิเศษในงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 60 ปี
              ช่างภาพพิเศษงานพระราชทานเพลิงพระศพ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
              ช่วยราชการฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง
              คณะทำงานศึกษาและเสนอแนะวิธีการอนุรักษ์ฟิล์มภาพยนตร์และภาพนิ่ง ส่วนพระองค์ฯ
              กรรมการอำนวยการพิพิธภัณฑ์หอศิลป์แห่งชาติ (ถนนเจ้าฟ้า)
              อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมน์
ประวัติการทำงาน
คุณ อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง เป็นช่างภาพโฆษณาอันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่อยู่ในวงการมากว่า 20ปี และผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับไปถึงวงการถ่ายภาพระดับโลกมากขึ้น เมื่องานของเขาได้ปรากฏในงาน Cannes Lions ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2542 ต่อเนื่องมาจนกระทั่งปัจจุบัน และคุณอนุชัยสามารถกวาดรางวัลระดับโลก ได้อย่างมากมาย ร่วม 300 รางวัล อาทิเช่น


              Cannes Lions Awards ประเทศฝรั่งเศส ,
              Clio Awards ประเทศสหรัฐอเมริกา,
              Andy Awards,
              International Food&Beverage Creative Excellent Awards (FAB Awards),
              London International Awards,
              A&AD Global Awards ,
              Awards Australia,
              Media Asain Advertising Awards,
              Asia Pacific Advertising Festival (AdFest Awards).,
              Adman Awards&Symposium (Adman Awards),
              The One Show Awards,
              Top Advertising Contest of Thailand (TACT Awards),
              Bangkok Advertising Art Director Awards (B.A.D. Awards)
และ อื่นๆอีกมากมาย ชื่อของคุณอนุชัย ยังได้ปรากฏในอับดับต้นๆของการจัดอันดับช่างภาพระดับโลกโดย Archive Magazine ในทุกปี และเมื่อปี 2547 อนุชัยได้ถูกจัดอันดับให้เป็นช่างภาพอันดับ 1 ของโลก และได้รับคัดเลือกให้เป็น1 ใน 200 ช่างภ่ายถาพที่ดีที่สุด อีกทั้งในการจัดอันดับช่างภาพของประเทศไทย โดย Archive Magazine คุณอนุชัยถูกจัดให้เป็นช่างภาพอันดับ 1 ติดต่อกันมากกว่า 5 ปี จวบจนถึงปัจจุบัน และผลงานของเขาได้รับการคัดเลือกลงหนังสือ 200 Best Ad Photographers Worldwide 2006-2009 จากการยอมรับในผลงานและความสามารถของคุณอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ที่แพร่หลายไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้คุณอนุชัย ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของหลายองค์กร และคณะทำงานที่สำคัญระดับประเทศ อาทิเช่น
              กรรมการตัดสินงาน “Citra Pariwara 2007” , งาน “Adoi Advertising Awards” และ “Pinasthika Advertising Awards” ที่ประเทศ อินโดนีเซีย
              กรรมการการคัดเลือกและตัดสินการประกวดภาพถ่ายนานาชาติ เนื่องในงานวันนริศ ประจำปี 2550- ปี 2552
              กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ Asia Pacific Ad Festival (Adfest Awards),Pattaya, Thailand.,
              กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ Adman Awards& Symposium (Adman Awards)Bangkok ,Thailand.,
              กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ Bangkok Art Director Awards (B.A.D Awards)
              กรรมการตัดสินงานประกวดภาพถ่าย มรดกไทย มรดกโลก
              กรรมการตัดสินภาพถ่าย กล้วยไม้ นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต
              กรรมการตัดสินการประกวดภาพถ่าย มองสิงห์ ผ่านเลนส์
              กรรมการตัดสินภาพถ่าย มหัศจรรย์เมืองไทยในภาพถ่าย. ประจำปี 2007 ,2008 และ 2009
              กรรมการประกวดภาพถ่าย “Canon Photo Marthon Thailand 2007, 2008
ได้ รับเชิญให้เป็นวิทยากรรับเชิญสอนการถ่ายภาพแก่เยาวชนภูมิภาคลุ่มแม่ น้ำ โขง ของ Asian Development Bank ในปี 2550 แคมเปญ WWF “Forest for Life” ได้ถูกเชิญไปจัดแสดงเป็น collection ที่ พิพิธภัณฑ์ Musee de la Publicite (Les Art Decoratifs) ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ ผลงานภาพถ่าย “Shy 2.” ของเขารับการประมูล โดย สถาบัน Christie ประเทศฮ่องกง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2551 และในปีเดียวกันนี้ คุณอนุชัยเป็นช่างภาพคนไทยเพียงผู้เดียวจาก ช่างภาพทั่วโลก ที่ได้รับการเชิญให้เป็น พรีเซนเตอร์ การท่องเที่ยวโซล ประเทศเกาหลี ในปี 2550
จากหนึ่งในช่างภาพ 55 ช่างภาพแนวหน้าจากทั่วโลก ในการถ่ายภาพเพื่อทำหนังสือภาพถ่าย “Thailand- 9days in the Kingdom ในปีเดียวกันนี้ คุณอนุชัยได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่ายิ่งอีกผลงานหนึ่ง ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวคุณอนุชัย และ ครอบครัวศรีจรูญพู่ทอง ด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่าย ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจซึ่งคุณอนุชัยได้เดินทางไปทั่วทั้ง 76 จังหวัดเพื่อถ่ายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระ บาทสมเด็จพระบรมราชินีนาถ จากเบื้องหลังของความสำเร็จ นั่นก็คือ ความมุ่งมั่นและพยายาม อันมีแรงบันดาลใจและแรงผลักดันมาจาก การที่จะสร้างสรรค์ผลงานแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และด้วยความหวังว่าภาพแห่งความประทับใจเหล่านี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคนในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อสังคม และเพื่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเราชาวไทยต่อไป
ประวัติการแสดงงาน
ปี 2548
              International Photographic Exhibition Bangkok “ Through the Lens 2005 วันที่ 2-31 ธันวาคม 2548 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า
              นิทรรศการ ภาพถ่าย โครงการ เรื่องเล่าจากภาพ ฟ้าใสอันดามัน” (After Tsu nami) วันที่ 22-31 ธันวาคม 2548 I ณ สีลม แกลลอเรีย กรุงเทพมหา นคร
ปี 2549
              นิทรรศการภาพถ่าย “ Why Sign?” วันที่ 4- 24 เมษายน 2549Jamjuree Art Gallery จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย “Best of 9 photographers” วันที่ 1 -31 มีนาคม 2549O & M Gallery of Art เซ็นทรัล เวิร์ด กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย Bangkok Steel Exhibition & Conference 2006 “225th Year of Bangkok and Architecture of Steel” วันที่ 13 -15 กรกฎาคม 2549Royal Paragon Hall สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย รถถัง ดอกไม้ รอยยิ้ม และน้ำตาณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ ถนนเจ้าฟ้ากรุงเทพมหานคร
ปี 2550
              นิทรรศการภาพถ่าย “ 6 EYES” เดือนกุมภาพันธ์ 2550Lanna Cultural Center จ.เชียงใหม่
              นิทรรศการประติมากรรม “Crack; the Magic Clay Can Do” วันที่ 14 -28 กุมภาพันธ์ 2550 ณ บ้านสีลม กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย (1 ใน 420 ศิลปิน) โฉมหน้าศิลปินวันที่ 9 มีนาคม -9 เมษายน 2550 ณ สีลม แกลลอเรีย กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย “ See Saw Seen” วันที่ 14 มีนาคม – 12 เมษายน 2550Ardel Gallery of Modern Art
              นิทรรศการภาพถ่าย ( 1 ใน 5 ช่างภาพ) “Undeclared Customs” วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2550Breadbox Gallery เพิร์ท ออสเตรเลีย
              นิทรรศการภาพถ่าย ( 1 ใน 5 ช่างภาพ) “Undeclared Customs” วันที่ 2-31 มีนาคม 2550Pikture Gallery กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย “60ล้านดวงใจถวายพ่อ” 27 กุมภาพันธ์ 2550 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย Father Who Only Build “60ล้านดวงใจถวายพ่อ” 28 กุมภาพันธ์- 19 มีนาคม 2550 ณ ดิ เอ็มโพเรียม กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย Father who Only Build “60ล้านดวงใจถวายพ่อ” 3- 4 มีนาคม 2550 ณ สยาม พารากอน กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย “ Life- Like- Light” วันที่ 11-30 กันยายน 2550 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการ ภาพถ่าย ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจวันที่ 18 ตุลาคม – 18 พฤศจิกายน 2550 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
              นิทรรศการ ภาพถ่าย ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจเนื่องในงานครบรอบ 100 ปี พระราชวังสนามจันทร์ . วันที่ 24 พฤศจิกายน -2 ธันวาคม 2550 ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
              นิทรรศการ มัลติมีเดีย “Thailand : 9 Days in the Kingdom” วันที่ 8 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2550Zen Event Gallery กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการ 80 พรรษามหาราชา ร่มโพธิ์ทองของปวงไทย จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ .ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจวันที่ 5-10 ธันวาคม 2550 ณ พาราอน ฮอล สยาม พารากอน กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการ เซรามิค . Chapter 75: Clay Overture” วันที่ 14 ธันวาคม 2550- 3 มกราคม 2551Play Ground Thonglor กรุงเทพมหานคร
ปี 2551
              นิทรรศการภาพถ่าย “Commemorating A Decade 1997-2007” วันที่ 26 มกราคม – 24 กุมภาพันธ์ 2551Telok Kurau Studios ประเทศสิงคโปร์
              นิทรรศการ เซรามิค “ Crack 2 : ศิลปะในสวน (แห่งการให้) สาธารณะ artistic flowers in the park” วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 14 มีนาคม 2551 ณ อุทยานเบญจศิริ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการ .รอยยิ้มสยาม : ศิลปะ+ศรัทธา+ การเมือง+ ความรัก” ;วันที่ 23 กันยายน- 26 พฤศจิกายน 2551 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร.
              นิทรรศการภาพถ่าย “PhotoArt Expo 2” วันที่ 2 ธันวาคม 2551- 31 มกราคม 2552Zen Art Gallery กรุงเทพมหานคร
ปี 2552
              นิทรรศการ ภาพถ่าย “Easy bangkok” เนื่องในงานเทศกาลศิลปวัฒนธรรม Bangkok…Bananas!!! วันที่ 31 เมษายน -24 พฤษภสคม 2552 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย “See Saw Seen ll” วันที่ 7 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2552Ardel Gallery of Modern Art”
              นิทรรศการ ภาพถ่าย ภาพเล่าเรื่อง พระเจ้าอยู่หัวในดวงใจเนื่องในงานเฉลิมรัช พระบารมีจักรีวงศ์ วันที่ 9-11 มิถุยายน 2552 ณ หอประชุม กรมประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร
              นิทรรศการภาพถ่าย ความสอดคล้องของความจริงวันที่ 4 กรกฎาคม – 9 กันยายน 2552Ardel’s Third Place Gallery.
นิทรรศการ ครบรอบ 112 ปีการรถไฟแห่งประเทสไทย มิตรภาพกับรถไฟไทยวันที่ 19 สิงหาคม – 19 กันยายน 2552 ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง

ชอบคำพูดนี้มากครับ "ต้องหาความรู้อยู่ตลอด มันอยู่ที่การจัดการเวลา ส่วนเรื่องรางวัลนั้นถือว่าแค่เครื่องพิสูจน์ความสามารถ อย่าไปยึดติดเป็นแค่เปลือก" ที่สำคัญเก่งโคตรๆแบบนี้ ยังไม่เห็นว่าตัวเองเป็นเทพเลยครับ หวังว่าเรื่องราวของคุณอนชัย ช่างภาพโฆษณา หนึ่งในโลกของไทยคนนี้ จะเป็นแรงบันดานใจให้ช่างภาพมือใหม่อย่างเราๆต่อไปนะครับ